ตื่นมานั่งขัดสมาธิตอนตีสามครึ่ง นั่งบนพื้นที่ปูด้วยฟูกบางๆข้างเตียง มีหมอนหนุนคั่นระหว่างเตียงกับลำตัว เพื่อให้ลำตัวตั้งฉากตรง
 
ตอนนั่งรู้สึกร่างกายสมดุลย์ เกิดความรู้สึกเหมือนจิตพุ่งมารวมที่กลางหน้าอก
ตามรู้การเคลื่อนไหวมือ เพียงครู่เดียวเท่านั้นสติก็ตั้งมั่น ดูกายเคลื่อนไหวเหมือนมีคนชักให้แขนเคลื่อนไหวไปมาเหมือนคนเชิดหุ่นหรือเชิดหนังตะลุง สมาธิมีกำลังสติจึงตั้งมั่น บางครั้งรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แย้มยิ้มเคลื่อนไหว สลับกับการรู้สึกรับรู้ความคิดที่เกิดขึ้น
 
เห็นความคิดหนึ่งเกิดขึ้น หายไปเมื่่อเกิดความคิดใหม่มาแทนที่ บางคราวเหมือนการตอบโต้กัันของสองความคิด จิตมันตั้งคำถามขึ้นเองว่า แล้วตัวตนเราอยู่ตรงไหน ไม่มีสิ่งใดอยู่ตรงนั้น นอกจากความคิดหนึ่งเกิดขึ้น ดับไป เมื่อเกิดความคิดใหม่ผุดขึ้น ตัวตนของผู้รับรู้ก็ไม่มีให้เห็น มีแต่ช่องว่างระหว่างจิตหนึ่งกับอีกจิตหนึ่งหมุนเวียนไปเช่นนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
แล้วอยู่ๆจิตก็ถามว่า "แล้วการยึดถือตัวตนว่าเราเป็นอะไร ตัวเราคืออะไรเล่า ?" แล้วความรู้ก็ผุดวาบขึ้นทันทีนั้นเองว่า "ก็ตัวจิตคิดนี้เองที่ทำให้เราเป็นเปรต สัตว์นรก อสุรกาย สัตว์ มนุษย์ ฯลฯ" สภาพของจิตเป็นเช่นไรเราก็เกิดเป็นสิ่งนั้นทันทีทันใดนั้น แม้ร่างกายหายไป ตายไป สาบสูญไป หรือมีแต่บังคับบัญชาไม่ได้ ตัวจิตคิดก็ยังคงเป็นสัตว์นั้นๆ อยู่ จิตคิดแบบสัตว์เราก็เป็นสัตว์ จิตคิดแบบเปรต อสุรกายเราก็เป็นเปรต อสุรกาย ... "
 
ความรู้ที่ปรากฎขณะนั้นเหมือนรู้ความจริงเรื่องนี้ขึ้นในชั่วเสี้ยววินาที ผุดขึ้นแว่บแล้วก็รู้เลย คำอธิบายที่ปรากฎในย่อหน้าข้างบนเหมือนผุดขึ้นในแว่บนั้น และความเข้าใจในเรื่องนี้ยังอาจขยายความไปได้อีกมากมายจาระไนไม่ได้
 
ทันทีที่ความรู้นั้นเกิดขึ้น ร่างกายที่นั่งอยู่เหมือนสะท้านไหว กล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยว เหมือนอะไรมาจุกอยู่ที่หน้าอก เหมือนจะปล่อยโฮออกมาขณะนั้น กล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นระริก น้ำตาไหลพรากนานหลายนาที กลั้นเสียงร่างกายสะอื้นไห้เพราะเกรงว่าคนใกล้ตัวที่นอนบนเตียงจะตื่นขึ้นมา ตลอดระยะเวลานั้นก็ยังเคลื่อนไหวมือไม่หยุด กว่าสภาวะนั้นจะจางคลายจนกลับมาอยู่กับการเคลื่อนไหวของมือ และรับรู้การเกิดขึ้นกับจิตก็เป็นเวลา 4-5 นาทีเป็นอย่างน้อย
 
เวลาที่เหลือเหมือนจิตมันย้อนทวนว่าเกิดความรู้อะไร สลับกับการรับรู้ความคิดที่เกิดขึ้นขณะนั้น ใช้เวลานั่งเคลื่อนไหวมือประมาณ 40 นาที ขาชาไปหมด ต้องใช้มือยกขาออกจากท่านั่งสมาธิ รออีก 2-3 นาทีจึงลุกขึ้น
 
วันนี้เป็นวันที่ 1 เมษายน 2556
ผู้บันทึกเริ่มปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552
อีกเพียง 1 เดือนก็ครบระยะเวลาการปฏิบัติ 4 ปี

Comment

Comment:

Tweet