ผมต้องเดินทางบ่อยๆ ข้อเสียคือต้องตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่ง เพื่อเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิจับเครื่องบินเที่ยวเช้า ทำให้ไม่สามารถเดินจงกรมตอนเช้าได้ แต่ข้อดีก็คือมีเวลาเหลือเฟือที่จะภาวนาในระหว่างรอขึ้นเครื่อง
 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดินทางไปอุบลราชธานี ขณะเดินบนทางเลื่อน ตามหลังครอบครัวฝรั่งที่มีลูกสาวตัวเล็กๆอายุสัก 2-3 ขวบเห็นจะได้เดินอยู่ข้างหน้า ห่างไปสัก 3 วา  ขณะที่กำหนดสติตามการเคลื่อนไหวของเท้า  ได้ยินเสียงเด็กหญิงตัวน้อยผมสีทองร้องไห้จ้าอยู่ข้างหน้า เห็นเชือกรองเท้าของเธอถูกดึงด้วยสายพานบันไดเลื่อน เธอพยายามต่อสู้ ดึงขาตัวเองให้หลุดจากแรงลากของสายพานทางเลื่อน แม่ของเธอแบกเป้พร้อมหิ้วของพะรุงพะรัง จนไม่อาจช่วยเหลือลูกสาวได้
 
ขณะนั้นจิตผมตื่นโพลงขึ้น ภาพข่าวที่เด็กผู้หญิงถูกบันไดเลื่อนกระชากเส้นผมลากเธอจนศีรษะกระแทกและเสียชีวิตในเวลาต่อมาปรากฎขึ้นในจิต ตัดสินใจพุ่งตัว ยื่นมือออกไปกระชากเชือกผูกรองเท้า จนมันหลุดติดมือออกมา ชั่วระยะเวลาไม่กี่วินาทีนั้น ผมเห็นจิตมันทำงานเป็นช็อทๆเหมือนภาพสไลด์ ได้ยินแม่ของเธอละล่ำละลักขอบคุณสองสามครั้ง ผมตอบว่าผมยินดีที่ได้ช่วยเหลือ เห็นเหมือนคำพูดเป็นเพียงคำพูดไม่ย้อมจิต เห็นจิตมันฟูเพราะปิติ แล้วก็เห็นมันดับไปอย่างรวดเร็ว
 
ผมเดินจากครอบครัวนั้นไปอย่างรวดเร็ว เดินดูเท้ามันเคลื่อนไหว และคอยดูความคิดที่มันเกิดกับจิต ฉากที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว เหมือนไม่อาจย้อมจิตได้ ตอนแรกที่เห็นเหมือนจะตกใจแต่ก็ไม่เหมือนเพราะมันเกิดและดับไปอย่างรวดเร็ว จิตที่ปีตีเพราะการช่วยเหลือก็ถูกรู้ทันตั้งแต่มันแรกเกิดไม่ทันได้ย้อมจิต การภาวนามันดีอย่างนี้นี่เอง แต่จะทำได้ทุกครั้งเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเหมืิอนครั้งนี้หรือไม่ ?
 
เมื่อวานนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พิเศษ ตื่นตีสามครึ่ง นั่งเครื่องนกแอร์ไปลงที่สกลนคร นั่งรถจากสนามบินมาทำงานที่กาฬสินธุ์ งานเสร็จตอนบ่ายก็นั่งรถตู้มาขึ้นเครื่องการบินไทยที่สนามบินขอนแก่น
 
ระหว่างที่นั่งเครื่องและนั่งรถตลอดเช้าถึงบ่ายความง่วงเหงาครอบงำจิต จิตใจซึมเซามัวหมอง
 
มาถึงสนามบินตั้งแต่ห้าโมง สนามบินแจ้งว่าเที่ยวบินสองทุ่มนิดๆ จะล่าช้าเลื่อนไปเป็นสองทุ่มห้าสิบ มีเวลาเกือบสี่ชั่วโมง นั่งทานอาหารว่างและน้ำเย็นๆ ดูข่าวทีวีรายงานเหตุการณ์นาวิกโยธินสังหารกลุ่มติดอาวุธ จิตมันพลันลิงโลดขึ้น กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังยินดีกับการฆ่า ใจมันก็ถูกย้อมเสียแล้วภายในชั่วสองสามขณะจิต รำพึงกับตนว่านี่หรือผู้ประพฤติธรรม ทำไมจึงยินดีกับการฆ่า นี่ไม่ใช่วิสัยของผู้มีศีลในจิต ใคร่ครวญพิจารณาอยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจเดิน
 
หาวิธีเดินจงกรมไม่ให้คนสังเกตเห็น เดินจากสุดอาคารด้านหนึ่งไปยังสุดอาคารอีกด้านหนึ่ง พยายามเดินเหมือนเดินเล่นไม่ให้รปภ. และผู้คนที่ทะยอยเดินทางมาที่สนามบินรู้ว่ากำลังภาวนาอยู่ เดินไปเดินมา สลับกับนั่งและยืนช่วงสั้นๆ สติตั้งมั่น เมื่อหลงไปก็จะรู้ทัน หลงคิดไปชั่วเพียงสั้นๆเท่านั้น เป็นเช่นนี้จนถึงเวลาขึ้นเครื่อง เมื่อนั่งบนเครื่องก็จะนั่งภาวนา ดูความคิดมันผุดขึ้น ทำเช่นนี้จะถึงสุวรรณภูมิ ระหว่างนั่งคุยกับแท็กซี่สติก็เกิดขึ้นเป็นระยะ กลับเข้าบ้าน อาบน้ำนอนล้วนมีสติกำกับอยู่ ภาวนาดูการเคลื่อนไหวของกายจนหลับไป เป็นการภาวนาในชีวิตประจำวันที่สติตั้งมั่นที่สุดครั้งหนึ่ง เป้าหมายของเราคือทำแบบนี้ให้ได้ทุกวัน
 
แน่นอนว่าในระยะเวลาอนาคตอันใกล้นี้ ไม่มีทางที่มันจะเป็นแบบนี้ได้ทุกวัน เว้นแต่จะมีความเพียรยิ่งไปกว่านี้ ศรัทธาในการปฏิบัติยิ่งไปกว่านี้ สร้างเหตุปัจจัยให้เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติได้มากกว่านี้
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สาธุครับHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By cesarmonsters on 2013-03-12 04:30